เขียนที่บ้านครับ
วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณครีเอทีฟโฆษณา "ไฟล์เอ๊ย" ของ MaxNET ผมอยากจะบอกคุณ และบริษัทของคุณ หรืออาจจะเป็นทีมงานของคุณ หรืออาจจะเป็นคนที่เกี่ยวข้องอะไรก็ได้ของคุณ หรืออาจจะใครก็ได้ที่เป็นคนต้นคิดพล็อตโฆษณานี้ โดนใจผมมากเลยครับ ไม่ว่าผมกำลังจะทำอะไรอยู่ก็ตาม ถ้าโฆษณาชุดนี้มา ผมจะหยุดดูโฆษณาชุดนี้อย่างตั้งใจทุกครั้ง
แล้วรอที่จะขำกลิ้งกับคำว่า "ไฟล์เอ๊ย" เมื่อไหร่จะถึง
.....อ่านต่อ.....
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปรีดา ลิ้มนนทกุล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปรีดา ลิ้มนนทกุล แสดงบทความทั้งหมด
ฉบับที่ 10 : ถึง คุณช่างบริการเตียงลมบีเจ
เขียนที่บ้านครับ
วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณช่างทั้ง 2 คนจาก บริษัท T.A.MEDIC จำกัด
ผมอยากจะเริ่มจากต้องขอบคุณทางเจ้าหน้าที่บริษัท T.A.MEDIC จำกัด นะครับที่ให้บริการผมเป็นอย่างดี ที่ในวันอังคารที่ 24/2/2552 ช่วงเช้า ผมได้โทรไปที่ 02-744-9797 เพื่อแจ้งว่า เตียงลมยี่ห้อบีเจ ที่ผมเคยซื้อไว้ใช้งานนั้นมีปัญหา ลูกลมของเตียงลมจะแฟบเป็นช่วง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ผู้หญิง ก็แจ้งว่าให้ผมช่วยตรวจสอบดูก่อน ถ้ารั่วก็เปลี่ยนได้เลย เนื่องจากมีลูกลมสำรองให้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ผมก็ไม่ได้บอกแรมาก เพราะว่าก็เกรงใจ ที่สำคัญ ผมก็ยังไม่ได้ให้อาม้า กับเตี่ยช่วยตรวจสอบจริงๆ เสียด้วย จึงได้ให้เบอร์โทรไว้ติดต่อกลับ จากคำขอ จากเจ้าหน้าที่ผู้หญิง
.....อ่านต่อ.....
วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณช่างทั้ง 2 คนจาก บริษัท T.A.MEDIC จำกัด
ผมอยากจะเริ่มจากต้องขอบคุณทางเจ้าหน้าที่บริษัท T.A.MEDIC จำกัด นะครับที่ให้บริการผมเป็นอย่างดี ที่ในวันอังคารที่ 24/2/2552 ช่วงเช้า ผมได้โทรไปที่ 02-744-9797 เพื่อแจ้งว่า เตียงลมยี่ห้อบีเจ ที่ผมเคยซื้อไว้ใช้งานนั้นมีปัญหา ลูกลมของเตียงลมจะแฟบเป็นช่วง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ผู้หญิง ก็แจ้งว่าให้ผมช่วยตรวจสอบดูก่อน ถ้ารั่วก็เปลี่ยนได้เลย เนื่องจากมีลูกลมสำรองให้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ผมก็ไม่ได้บอกแรมาก เพราะว่าก็เกรงใจ ที่สำคัญ ผมก็ยังไม่ได้ให้อาม้า กับเตี่ยช่วยตรวจสอบจริงๆ เสียด้วย จึงได้ให้เบอร์โทรไว้ติดต่อกลับ จากคำขอ จากเจ้าหน้าที่ผู้หญิง
.....อ่านต่อ.....
ฉบับที่ 9 : ถึง คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง
เขียนที่บ้านครับ
วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง ที่เป็นพิธีกรในรายการ "เข็มทิศชีวิต"
หลังจากสวัสดีแล้ว ผมคงต้องต่อด้วย คำขอโทษนะครับ ที่ก่อนหน้านี้ผมเคยเห็นรายการของคุณ แต่ไม่ได้มีสมาธิในการที่จะฟังการดำเนินรายการของคุณ และคืนนี้ เป็นครั้งที่สอง ในความทรงจำของผมที่ผมได้ดูรายการของคุณ ครั้งนี้ต่างจากครั้งที่แล้วอย่างสิ้นเชิง
ผมตั้งใจดูรายการของคุณมาก การบรรยายของคุณ รวมทั้งผู้ร่วมรายการทั้ง3 ท่านนั้น ผมขอแสดงความคิดเห็นว่า ถูกต้องทุกประการ เพราะตัวผมเองก็ผ่านประสบการณ์เช่นนั้นมาแล้ว และหลายครั้ง โดยที่ 2 ครั้งแรกนั้น ผมยังเด็กอยู่ จึงเป็นเพียงผู้ร่วมเหตุการณ์และเป็นกำลังสำคัญในการแก้ปัญหาร่วมกันกับน้องสาว แต่ครั้งหลังสุด ทุกอย่างเกิดจากน้ำมือของผมเอง ด้วยทั้งปัจจัยภายในตัวผมเอง และปัจจัยภายนอก ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่จะไปโทษผู้อื่น หรือสาเหตุอื่นใด นอกจากโทษตัวเราเอง โทษการตัดสินใจของตัวเอง
...อ่านต่อ.....
วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง ที่เป็นพิธีกรในรายการ "เข็มทิศชีวิต"
หลังจากสวัสดีแล้ว ผมคงต้องต่อด้วย คำขอโทษนะครับ ที่ก่อนหน้านี้ผมเคยเห็นรายการของคุณ แต่ไม่ได้มีสมาธิในการที่จะฟังการดำเนินรายการของคุณ และคืนนี้ เป็นครั้งที่สอง ในความทรงจำของผมที่ผมได้ดูรายการของคุณ ครั้งนี้ต่างจากครั้งที่แล้วอย่างสิ้นเชิง
ผมตั้งใจดูรายการของคุณมาก การบรรยายของคุณ รวมทั้งผู้ร่วมรายการทั้ง3 ท่านนั้น ผมขอแสดงความคิดเห็นว่า ถูกต้องทุกประการ เพราะตัวผมเองก็ผ่านประสบการณ์เช่นนั้นมาแล้ว และหลายครั้ง โดยที่ 2 ครั้งแรกนั้น ผมยังเด็กอยู่ จึงเป็นเพียงผู้ร่วมเหตุการณ์และเป็นกำลังสำคัญในการแก้ปัญหาร่วมกันกับน้องสาว แต่ครั้งหลังสุด ทุกอย่างเกิดจากน้ำมือของผมเอง ด้วยทั้งปัจจัยภายในตัวผมเอง และปัจจัยภายนอก ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่จะไปโทษผู้อื่น หรือสาเหตุอื่นใด นอกจากโทษตัวเราเอง โทษการตัดสินใจของตัวเอง
...อ่านต่อ.....
ฉบับที่ 5 : ถึงอาจารย์ชาญ ตระการศิลป์ และทีมงาน ครั้งที่ 1
เขียนที่บ้าน
วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ อาจารย์ชาญ และทีมงาน ผมคงต้องเริ่มจาก ขอขอบพระคุณที่ทุกท่านเข้ามาอ่านบล็อกของผม ทำให้เราได้รู้จักกัน และทำให้ผมได้มาพบกับทุกท่านที่โรงแรมเฟิร์ส ขอบคุณทีมงานนะครับที่ติดตามโทรศัพท์มาหาผม ให้ผมมาร่วมงาน ทั้งๆ ที่ก็เตรียมการไว้แล้วว่า ถ้าผมมาถึงก็จะไม่คิดค่าใช้จ่ายผม ผมกับคุณแม่เกรงใจมากๆ นะครับ
ผมอยากจะบอกกับอาจารย์ว่า ทุกครั้งเมื่อผมวางแผนแล้วว่าจะไปรับความรู้ ผมจะทำตัวเป็นแก้วเปล่าเสมอ เพื่อเป็นการให้เกียรติกับผู้ให้ความรู้ กับประโยชน์ของตัวเองที่จะได้รับนะครับ ผมต้องขอบพระคุณอาจารย์มากที่ในเวลาเดียวกัน ผมทั้งได้ทบทวนตัวเอง และได้รับหลักการใหม่ๆ เหมือนเป็นการจัดระเบียบความคิดใหม่ ให้เข้าที่ เข้าทาง ส่วนไหนที่ยังขาดอยู่ก็เติมให้เต็ม
อ่านต่อ.....
วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ อาจารย์ชาญ และทีมงาน ผมคงต้องเริ่มจาก ขอขอบพระคุณที่ทุกท่านเข้ามาอ่านบล็อกของผม ทำให้เราได้รู้จักกัน และทำให้ผมได้มาพบกับทุกท่านที่โรงแรมเฟิร์ส ขอบคุณทีมงานนะครับที่ติดตามโทรศัพท์มาหาผม ให้ผมมาร่วมงาน ทั้งๆ ที่ก็เตรียมการไว้แล้วว่า ถ้าผมมาถึงก็จะไม่คิดค่าใช้จ่ายผม ผมกับคุณแม่เกรงใจมากๆ นะครับ
ผมอยากจะบอกกับอาจารย์ว่า ทุกครั้งเมื่อผมวางแผนแล้วว่าจะไปรับความรู้ ผมจะทำตัวเป็นแก้วเปล่าเสมอ เพื่อเป็นการให้เกียรติกับผู้ให้ความรู้ กับประโยชน์ของตัวเองที่จะได้รับนะครับ ผมต้องขอบพระคุณอาจารย์มากที่ในเวลาเดียวกัน ผมทั้งได้ทบทวนตัวเอง และได้รับหลักการใหม่ๆ เหมือนเป็นการจัดระเบียบความคิดใหม่ ให้เข้าที่ เข้าทาง ส่วนไหนที่ยังขาดอยู่ก็เติมให้เต็ม
อ่านต่อ.....
ฉบับที่ 4 : ถึง คุณช่างภาพ
เขียนที่บ้านครับ
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณช่างภาพที่ได้นำอุปกรณ์ในการจัดแสง (ไม่รู้ว่าเรียกถูกรึเปล่า) มาให้ผมได้เห็นกับตา ตื่นเต้นเล็กน้อยนะครับ เห็นแต่ในทีวี และต้องขอบคุณที่ตอบคำถามให้ผมเข้าใจอย่างง่ายๆ
คุณยิ้มง่ายนะครับ คงจะเป็นบุคคลิกของคุณส่วนตัว ขอบคุณที่คุณใจเย็นแล้วบอกให้ผมทำตัวสบายๆ กับยิ้มแห้งๆ ของผม ผมเกรงใจมากๆ นะครับ ที่ทำให้คุณต้องถ่ายภาพไปหลายครั้ง ซึ่งในความรู้สึกของผมมันเยอะไปหน่อย เพราะผมยิ้มไม่เป็น
อ่านต่อ.....
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณช่างภาพที่ได้นำอุปกรณ์ในการจัดแสง (ไม่รู้ว่าเรียกถูกรึเปล่า) มาให้ผมได้เห็นกับตา ตื่นเต้นเล็กน้อยนะครับ เห็นแต่ในทีวี และต้องขอบคุณที่ตอบคำถามให้ผมเข้าใจอย่างง่ายๆ
คุณยิ้มง่ายนะครับ คงจะเป็นบุคคลิกของคุณส่วนตัว ขอบคุณที่คุณใจเย็นแล้วบอกให้ผมทำตัวสบายๆ กับยิ้มแห้งๆ ของผม ผมเกรงใจมากๆ นะครับ ที่ทำให้คุณต้องถ่ายภาพไปหลายครั้ง ซึ่งในความรู้สึกของผมมันเยอะไปหน่อย เพราะผมยิ้มไม่เป็น
อ่านต่อ.....
ฉบับที่ 3 : ถึง คุณพันธ์ศักดิ์ วรรณคำ
เขียที่บ้านครับ
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณพันธ์ศักดิ์ ที่ได้มาหาผมถึงที่บ้านปากเกร็ด ผมได้ยินจากคุณพ่อว่า คุณหลงขึ้นสะพานพระราม 4 ไปด้วย ผมขอโทษนะครับที่ต้องเลื่อนนัดเปลี่ยนสถานที่ เพราะว่าตัวผมนั้น ถ้าจะต้องออกข้างนอกนั้น ถือว่ายุ่งยากมากๆ เลยครับ พอไม่ต้องไปพบลูกค้าแถวอโศก จึงไม่อยากออกข้างนอก ที่สำคัญ ไม่มีสถานที่ด้วยครับ และเป็นที่บ้าน ก็จะเห็นบรรยากาศการทำงานไปด้วยนะครับ
อ่านต่อ.....
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณพันธ์ศักดิ์ ที่ได้มาหาผมถึงที่บ้านปากเกร็ด ผมได้ยินจากคุณพ่อว่า คุณหลงขึ้นสะพานพระราม 4 ไปด้วย ผมขอโทษนะครับที่ต้องเลื่อนนัดเปลี่ยนสถานที่ เพราะว่าตัวผมนั้น ถ้าจะต้องออกข้างนอกนั้น ถือว่ายุ่งยากมากๆ เลยครับ พอไม่ต้องไปพบลูกค้าแถวอโศก จึงไม่อยากออกข้างนอก ที่สำคัญ ไม่มีสถานที่ด้วยครับ และเป็นที่บ้าน ก็จะเห็นบรรยากาศการทำงานไปด้วยนะครับ
อ่านต่อ.....
ฉบับที่ 2 : ถึง คุณโตมร ศุขปรีชา
เขียนที่บ้านครับ
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณโตมร ศุขปรีชาคงต้องเริ่มจาก ผมต้องขอขอบพระคุณ คุณโตมร มากๆ นะครับ ที่ทำให้ผมได้ไอเดียในการเขียนบล็อกในรูปแบบจดหมายถึงใครสักคน ถึงองค์กรที่อยากเขียนถึง ถึงบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งแนวทางของบล็อกของผม ไม่สามารถจะเขียนได้
ต้องขอบพระคุณ คุณโตมร อีกครั้ง ที่คุณโตมรได้ให้คุณพันธ์ศักดิ์ วรรณคำ โทรมาหาผม เพื่อมาสัมภาษณ์ถึงแนวคิดการใช้ชีวิต โดยจะลงตีพิมพ์ในหัวข้อ Lifestyle ของนิตยสาร GM สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดใจกับผมมากในความรู้สึกแรก ผมจำได้ว่า นิตยสาร GM นั้น จะมีผู้กลุ่มอ่านในระดับกลางถึงบน ส่วนผมเป็นคนธรรมดา ไม่มีชื่อเสียงอะไร หรือว่า จะเป็นการเข้าใจผิดกันแน่
อ่านต่อ.....
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณโตมร ศุขปรีชาคงต้องเริ่มจาก ผมต้องขอขอบพระคุณ คุณโตมร มากๆ นะครับ ที่ทำให้ผมได้ไอเดียในการเขียนบล็อกในรูปแบบจดหมายถึงใครสักคน ถึงองค์กรที่อยากเขียนถึง ถึงบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งแนวทางของบล็อกของผม ไม่สามารถจะเขียนได้
ต้องขอบพระคุณ คุณโตมร อีกครั้ง ที่คุณโตมรได้ให้คุณพันธ์ศักดิ์ วรรณคำ โทรมาหาผม เพื่อมาสัมภาษณ์ถึงแนวคิดการใช้ชีวิต โดยจะลงตีพิมพ์ในหัวข้อ Lifestyle ของนิตยสาร GM สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดใจกับผมมากในความรู้สึกแรก ผมจำได้ว่า นิตยสาร GM นั้น จะมีผู้กลุ่มอ่านในระดับกลางถึงบน ส่วนผมเป็นคนธรรมดา ไม่มีชื่อเสียงอะไร หรือว่า จะเป็นการเข้าใจผิดกันแน่
อ่านต่อ.....
ฉบับที่ 1 : ถึง คุณผู้เข้ามาอ่าน
เขียนที่บ้านครับ
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณ "ผู้เข้ามาอ่าน"ผมต้องขอขอบพระคุณมากนะครับที่คุณ ได้กรุณาเข้ามาอ่านจดหมายต่างๆ ที่ผมอยากจะเขียนถึง เกี่ยวบุคคล หน่วยงาน หรืออาจจะเป็นบางสิ่งบางอย่างก็ได้ ทั้งขอบคุณ ตักเตือน เสนอแนะ ชื่นชม หรือหลากหลายความรู้สึก เท่าที่ผมอยากจะบอก อยากจะเขียนถึงนะครับ
อ่านต่อ.....
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณ "ผู้เข้ามาอ่าน"ผมต้องขอขอบพระคุณมากนะครับที่คุณ ได้กรุณาเข้ามาอ่านจดหมายต่างๆ ที่ผมอยากจะเขียนถึง เกี่ยวบุคคล หน่วยงาน หรืออาจจะเป็นบางสิ่งบางอย่างก็ได้ ทั้งขอบคุณ ตักเตือน เสนอแนะ ชื่นชม หรือหลากหลายความรู้สึก เท่าที่ผมอยากจะบอก อยากจะเขียนถึงนะครับ
อ่านต่อ.....
ฉบับที่ 21: ถึงพี่ตุ้ย ตรีรัตน์ กาญญจนาคม
เขียนที่บ้าน
วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2558
สวัสดีครับพี่ตุ้ย ตรีรัตน์ กาญจนาคม
ตลอด 14 ปีที่ผมไม่เคยรู้จักหน้าตาหรือแม้แต่ชื่อว่าใครเป็นคนพบเจอผมคนแรกขณะหลังเกิดเหตุรถพลิกคว่ำบนถนนรัตนาธิเบศร์ จนวันหนึ่งก่อนวันฉลองมงคลสมรสของผมกับคุณเจี๊ยบ พี่ตุ้ยก็ติดต่อมาผ่านอากู๋ทาง facebook (ต้องให้เครดิตเพราะเป็นสื่อกลางจริงๆ) จนในที่สุด ผมได้พูดคุยกับพี่ตุ้ย และเรียนเชิญมาร่วมงานแต่งของผม โดยเชิญพี่ตุ้ยขึ้นพูดเป็นท่านสุดท้ายในคืนวันงาน
ผมรู้สึกดีใจมาก รู้สึกกับพี่ตุ้ยมากกว่าคำขอบคุณ ผมรู้สึกถึงความสมบูรณ์แบบในคืนวันฉลองมงคลสมรสมาก รวมถึงการที่พี่ตุ้ยได้รับรู้ถึงเรื่องราวชีวิตของผมหลังจากที่พี่ตุ้ยช่วยชีวิตจนได้มาแต่งงานกับเจี๊ยบ ให้พี่ตุ้ยได้ทราบว่าชีวิตคนหนึ่งคนที่พี่ได้ช่วยไว้นั้นได้เข้มแข็งและเติบโตมาตลอด 14 ปี ได้ช่วยเหลือผู้คน เป็นอาสาสมัครในงานต่างๆ เหมือนพี่ได้ช่วยคนอื่น และช่วยผม ครับ
ผมขอขอบพระคุณพี่ที่ได้ช่วยเหลือคนไม่รู้จักกันมาก่อน จิตอาสาที่พี่มี ที่ได้ทำมาตลอด ผมขอให้พี่มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ให้พี่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นไปเรื่อยๆ ขอให้ครอบครัวพี่มีความสุขมากๆ
จากรุ่นน้องและคนที่พี่ให้โอกาสอีกครั้งครับ
ขอบคุณครับปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2558
สวัสดีครับพี่ตุ้ย ตรีรัตน์ กาญจนาคม
ตลอด 14 ปีที่ผมไม่เคยรู้จักหน้าตาหรือแม้แต่ชื่อว่าใครเป็นคนพบเจอผมคนแรกขณะหลังเกิดเหตุรถพลิกคว่ำบนถนนรัตนาธิเบศร์ จนวันหนึ่งก่อนวันฉลองมงคลสมรสของผมกับคุณเจี๊ยบ พี่ตุ้ยก็ติดต่อมาผ่านอากู๋ทาง facebook (ต้องให้เครดิตเพราะเป็นสื่อกลางจริงๆ) จนในที่สุด ผมได้พูดคุยกับพี่ตุ้ย และเรียนเชิญมาร่วมงานแต่งของผม โดยเชิญพี่ตุ้ยขึ้นพูดเป็นท่านสุดท้ายในคืนวันงาน
ผมรู้สึกดีใจมาก รู้สึกกับพี่ตุ้ยมากกว่าคำขอบคุณ ผมรู้สึกถึงความสมบูรณ์แบบในคืนวันฉลองมงคลสมรสมาก รวมถึงการที่พี่ตุ้ยได้รับรู้ถึงเรื่องราวชีวิตของผมหลังจากที่พี่ตุ้ยช่วยชีวิตจนได้มาแต่งงานกับเจี๊ยบ ให้พี่ตุ้ยได้ทราบว่าชีวิตคนหนึ่งคนที่พี่ได้ช่วยไว้นั้นได้เข้มแข็งและเติบโตมาตลอด 14 ปี ได้ช่วยเหลือผู้คน เป็นอาสาสมัครในงานต่างๆ เหมือนพี่ได้ช่วยคนอื่น และช่วยผม ครับ
ผมขอขอบพระคุณพี่ที่ได้ช่วยเหลือคนไม่รู้จักกันมาก่อน จิตอาสาที่พี่มี ที่ได้ทำมาตลอด ผมขอให้พี่มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ให้พี่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นไปเรื่อยๆ ขอให้ครอบครัวพี่มีความสุขมากๆ
จากรุ่นน้องและคนที่พี่ให้โอกาสอีกครั้งครับ
ขอบคุณครับปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
ฉบับที่ 11 : ถึง ครีเอทีฟโฆษณา "ไฟล์เอ๊ย" ของ MaxNET
เขียนที่บ้านครับ
วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณครีเอทีฟโฆษณา "ไฟล์เอ๊ย" ของ MaxNET ผมอยากจะบอกคุณ และบริษัทของคุณ หรืออาจจะเป็นทีมงานของคุณ หรืออาจจะเป็นคนที่เกี่ยวข้องอะไรก็ได้ของคุณ หรืออาจจะใครก็ได้ที่เป็นคนต้นคิดพล็อตโฆษณานี้ โดนใจผมมากเลยครับ ไม่ว่าผมกำลังจะทำอะไรอยู่ก็ตาม ถ้าโฆษณาชุดนี้มา ผมจะหยุดดูโฆษณาชุดนี้อย่างตั้งใจทุกครั้ง
แล้วรอที่จะขำกลิ้งกับคำว่า "ไฟล์เอ๊ย" เมื่อไหร่จะถึง
ตอนจบ น้องผู้หญิงคนนี้ ก็มีแอคชั่นที่มีคาแรคเตอร์เข้ากับโฆษณามากๆ เลยนะครับ ถึงจะเป็นคนแสดง แต่ก็ให้ความรู้สึกถึงความต่อเนื่อง กลมกลืนกับเนื้อหาหลักก่อนหน้าได้อย่างลงตัว จนดูเผินๆ แล้ว ยังสามารถต่อโฆษณา โดยนักแสดงหญิงรายนี้ได้เลยนะครับ
เป็นโฆษณาที่นานๆ จะลงตัวทุกอย่าง น่าสนใจมาก ส่วนตัวแล้วก็ขอชื่นชมกับ ทุกๆ ท่านที่เกี่ยวข้องกับผลงานชิ้นนี้นะครับ ครีเอทีฟ, บริษัทโฆษณา, นักแสดง (ทั้งคน ทั้งสุนัข), ผู้กำกับ, ทีมงานเบื้องหลัง ที่สำคัญคือ ผู้ว่าจ้าง ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นทางบริษัทไหน TT&T, Jusmin หรือ Triple T
ผมขอให้ยอดการใช้บริการ high speed internet แบรนด์ MaxNET 3MB ใหม่ มีออเดอร์ล้นหลาม ติดตั้งกันจนต้องมีโอที วุ่นๆ ยุ่งๆ ยอดเยอะๆ ไปเลยนะครับ
และผมจะรอโฆษณาต่อเนื่องนะครับ เพราะชอบมากๆ ครับ
จาก คนที่รอขำเมื่อได้ยินคำว่า "ไฟล์เอ๊ย"
ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
เขียนเพิ่มที่บ้าน วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2552
ผมไปพบวีดีโอใน youtube.com มาจึงนำมาฝากทุกคนนะครับ
****
วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณครีเอทีฟโฆษณา "ไฟล์เอ๊ย" ของ MaxNET ผมอยากจะบอกคุณ และบริษัทของคุณ หรืออาจจะเป็นทีมงานของคุณ หรืออาจจะเป็นคนที่เกี่ยวข้องอะไรก็ได้ของคุณ หรืออาจจะใครก็ได้ที่เป็นคนต้นคิดพล็อตโฆษณานี้ โดนใจผมมากเลยครับ ไม่ว่าผมกำลังจะทำอะไรอยู่ก็ตาม ถ้าโฆษณาชุดนี้มา ผมจะหยุดดูโฆษณาชุดนี้อย่างตั้งใจทุกครั้ง
แล้วรอที่จะขำกลิ้งกับคำว่า "ไฟล์เอ๊ย" เมื่อไหร่จะถึง
ตอนจบ น้องผู้หญิงคนนี้ ก็มีแอคชั่นที่มีคาแรคเตอร์เข้ากับโฆษณามากๆ เลยนะครับ ถึงจะเป็นคนแสดง แต่ก็ให้ความรู้สึกถึงความต่อเนื่อง กลมกลืนกับเนื้อหาหลักก่อนหน้าได้อย่างลงตัว จนดูเผินๆ แล้ว ยังสามารถต่อโฆษณา โดยนักแสดงหญิงรายนี้ได้เลยนะครับ
เป็นโฆษณาที่นานๆ จะลงตัวทุกอย่าง น่าสนใจมาก ส่วนตัวแล้วก็ขอชื่นชมกับ ทุกๆ ท่านที่เกี่ยวข้องกับผลงานชิ้นนี้นะครับ ครีเอทีฟ, บริษัทโฆษณา, นักแสดง (ทั้งคน ทั้งสุนัข), ผู้กำกับ, ทีมงานเบื้องหลัง ที่สำคัญคือ ผู้ว่าจ้าง ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นทางบริษัทไหน TT&T, Jusmin หรือ Triple T
ผมขอให้ยอดการใช้บริการ high speed internet แบรนด์ MaxNET 3MB ใหม่ มีออเดอร์ล้นหลาม ติดตั้งกันจนต้องมีโอที วุ่นๆ ยุ่งๆ ยอดเยอะๆ ไปเลยนะครับ
และผมจะรอโฆษณาต่อเนื่องนะครับ เพราะชอบมากๆ ครับ
จาก คนที่รอขำเมื่อได้ยินคำว่า "ไฟล์เอ๊ย"
ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
เขียนเพิ่มที่บ้าน วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2552
ผมไปพบวีดีโอใน youtube.com มาจึงนำมาฝากทุกคนนะครับ
****
ฉบับที่ 10 : ถึง คุณช่างบริการเตียงลมบีเจ
เขียนที่บ้านครับ
วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณช่างทั้ง 2 คนจาก บริษัท T.A.MEDIC จำกัด
ผมอยากจะเริ่มจากต้องขอบคุณทางเจ้าหน้าที่บริษัท T.A.MEDIC จำกัด นะครับที่ให้บริการผมเป็นอย่างดี ที่ในวันอังคารที่ 24/2/2552 ช่วงเช้า ผมได้โทรไปที่ 02-710-5511 เพื่อแจ้งว่า เตียงลมยี่ห้อบีเจ ที่ผมเคยซื้อไว้ใช้งานนั้นมีปัญหา ลูกลมของเตียงลมจะแฟบเป็นช่วง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ผู้หญิง ก็แจ้งว่าให้ผมช่วยตรวจสอบดูก่อน ถ้ารั่วก็เปลี่ยนได้เลย เนื่องจากมีลูกลมสำรองให้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ผมก็ไม่ได้บอกแรมาก เพราะว่าก็เกรงใจ ที่สำคัญ ผมก็ยังไม่ได้ให้อาม้า กับเตี่ยช่วยตรวจสอบจริงๆ เสียด้วย จึงได้ให้เบอร์โทรไว้ติดต่อกลับ จากคำขอ จากเจ้าหน้าที่ผู้หญิง
ไม่นาน ก็มีโทรศัพท์ โทรกลับมาว่า เนื่องจากเส้นทางที่ช่างไปให้บริการในวันนี้นั้นใกล้ปากเกร็ดพอดี จึงจะให้ช่างเข้าไปให้บริการเลยทันที ผมก็ดีใจ ทำงานไป รอไป จนกรทั่งช่างมาถึง มากัน 2 คน อายุยังไม่มาก บริการจนเสร็จ ด้วยความรู้สึกดีกันทั้งบ้าน
พวกเราขอขอบคุณช่างบริการทั้ง 2 ท่านมากๆ นะครับ ที่บริการแก้ปัญหาเตียงลมยี่ห้อบีเจให้อย่างดี ด้วยหน้าตายิ้มแย้ม มีอัธยาศรัยดี พูดจาสุภาพ แนะนำการใช้งานที่ถูกต้องเพิ่มเติม รวมทั้งแจ้งนโยบายว่า ซื้อสินค้าของบริษัท ทางบริษัทฯ จะดูแลซ่อมบำรุงฟรี ตลอดอายุการใช้งาน นับว่าเป็นนโยบายที่เยี่ยมมาก กล้าคิด กล้าทำ สร้างความประทับใจให้กับผม และครอบครัวมาก
ทางผมก็ใช้งานไม่ระวัง จนทำให้เกิดความเสียหายกับลูกลม ซึ่งทางช่างก็ปรับปรุงให้ทันที ถ้าผมมีอะไร ผมจะคิดถึงบริษัทของคุณเป็นลำดับแรก และจะซื้อสินค้าของคุณ โดยพิจารณาที่งานบริการเป็นสำคัญ เพราะสินค้าของบริษัทคุณนั้น เกี่ยวกับผู้ป่วย คนชรา และคนพิการทั้งหมด ขอบคุณมากๆ อีกครั้งนะครับ
จาก ลูกค้าที่ประทับใจในงานบริการ
ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณช่างทั้ง 2 คนจาก บริษัท T.A.MEDIC จำกัด
ผมอยากจะเริ่มจากต้องขอบคุณทางเจ้าหน้าที่บริษัท T.A.MEDIC จำกัด นะครับที่ให้บริการผมเป็นอย่างดี ที่ในวันอังคารที่ 24/2/2552 ช่วงเช้า ผมได้โทรไปที่ 02-710-5511 เพื่อแจ้งว่า เตียงลมยี่ห้อบีเจ ที่ผมเคยซื้อไว้ใช้งานนั้นมีปัญหา ลูกลมของเตียงลมจะแฟบเป็นช่วง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ผู้หญิง ก็แจ้งว่าให้ผมช่วยตรวจสอบดูก่อน ถ้ารั่วก็เปลี่ยนได้เลย เนื่องจากมีลูกลมสำรองให้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ผมก็ไม่ได้บอกแรมาก เพราะว่าก็เกรงใจ ที่สำคัญ ผมก็ยังไม่ได้ให้อาม้า กับเตี่ยช่วยตรวจสอบจริงๆ เสียด้วย จึงได้ให้เบอร์โทรไว้ติดต่อกลับ จากคำขอ จากเจ้าหน้าที่ผู้หญิง
ไม่นาน ก็มีโทรศัพท์ โทรกลับมาว่า เนื่องจากเส้นทางที่ช่างไปให้บริการในวันนี้นั้นใกล้ปากเกร็ดพอดี จึงจะให้ช่างเข้าไปให้บริการเลยทันที ผมก็ดีใจ ทำงานไป รอไป จนกรทั่งช่างมาถึง มากัน 2 คน อายุยังไม่มาก บริการจนเสร็จ ด้วยความรู้สึกดีกันทั้งบ้าน
พวกเราขอขอบคุณช่างบริการทั้ง 2 ท่านมากๆ นะครับ ที่บริการแก้ปัญหาเตียงลมยี่ห้อบีเจให้อย่างดี ด้วยหน้าตายิ้มแย้ม มีอัธยาศรัยดี พูดจาสุภาพ แนะนำการใช้งานที่ถูกต้องเพิ่มเติม รวมทั้งแจ้งนโยบายว่า ซื้อสินค้าของบริษัท ทางบริษัทฯ จะดูแลซ่อมบำรุงฟรี ตลอดอายุการใช้งาน นับว่าเป็นนโยบายที่เยี่ยมมาก กล้าคิด กล้าทำ สร้างความประทับใจให้กับผม และครอบครัวมาก
ทางผมก็ใช้งานไม่ระวัง จนทำให้เกิดความเสียหายกับลูกลม ซึ่งทางช่างก็ปรับปรุงให้ทันที ถ้าผมมีอะไร ผมจะคิดถึงบริษัทของคุณเป็นลำดับแรก และจะซื้อสินค้าของคุณ โดยพิจารณาที่งานบริการเป็นสำคัญ เพราะสินค้าของบริษัทคุณนั้น เกี่ยวกับผู้ป่วย คนชรา และคนพิการทั้งหมด ขอบคุณมากๆ อีกครั้งนะครับ
จาก ลูกค้าที่ประทับใจในงานบริการ
ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
ฉบับที่ 9 : ถึง คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง
เขียนที่บ้านครับ
วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง ที่เป็นพิธีกรในรายการ "เข็มทิศชีวิต"
หลังจากสวัสดีแล้ว ผมคงต้องต่อด้วย คำขอโทษนะครับ ที่ก่อนหน้านี้ผมเคยเห็นรายการของคุณ แต่ไม่ได้มีสมาธิในการที่จะฟังการดำเนินรายการของคุณ และคืนนี้ เป็นครั้งที่สอง ในความทรงจำของผมที่ผมได้ดูรายการของคุณ ครั้งนี้ต่างจากครั้งที่แล้วอย่างสิ้นเชิง
ผมตั้งใจดูรายการของคุณมาก การบรรยายของคุณ รวมทั้งผู้ร่วมรายการทั้ง3 ท่านนั้น ผมขอแสดงความคิดเห็นว่า ถูกต้องทุกประการ เพราะตัวผมเองก็ผ่านประสบการณ์เช่นนั้นมาแล้ว และหลายครั้ง โดยที่ 2 ครั้งแรกนั้น ผมยังเด็กอยู่ จึงเป็นเพียงผู้ร่วมเหตุการณ์และเป็นกำลังสำคัญในการแก้ปัญหาร่วมกันกับน้องสาว แต่ครั้งหลังสุด ทุกอย่างเกิดจากน้ำมือของผมเอง ด้วยทั้งปัจจัยภายในตัวผมเอง และปัจจัยภายนอก ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่จะไปโทษผู้อื่น หรือสาเหตุอื่นใด นอกจากโทษตัวเราเอง โทษการตัดสินใจของตัวเอง
ประสบการณ์ครั้งนั้น เมื่อ 3 ปีก่อน ผลพวงของมันยังไม่จบสิ้น แต่วันนี้ผมยังมีทางออก ซึ่งเป็นทางออกใหม่ที่ผมต้งใช้เวลาศึกษาใหม่ทั้งหมด เหมือนผมได้ปลูกต้นไม้ต้นใหม่ ที่สมบูรณ์ที่สุด โดยผ่านขั้นตอนในการปลูกที่หลีกเลี่ยงถึงผลกระทบที่จะทำให้ต้นไม้ต้นนี้ต้องล้มลง เป็นต้นไม้ชนิดใหม่ที่มีภูมิคุ้มกันอย่างดี และในเร็ววันนี้ ผมคงจะได้เริ่มเก็บเกี่ยวผลอันสุกงอมของมัน ทุกส่วนของต้นไม้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น
ผมตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า ผมจะรีบนำผลไม้เหล่านี้ ไปมอบให้กับเจ้าหนี้ทุกคนที่ให้โอกาสผม ในการบ่มเพาะต้นไม้ต้นนี้ ระหว่างที่ผมได้ปลูกต้นไม้ต้นนี้ ผมยังได้ทำในสิ่งที่เคยคิดว่าจะไม่สามารถทำได้ ถ้าผมยังไม่รวย ยังไม่มีเงินมากมายมหาศาล เหมือนอย่างที่ผมได้เคยเข้าใจ
ผมเป็นคนพิการรุนแรงระดับสูง ที่ในประเทศอาจจะมีไม่มาก การกลายสภาพมาเป็นคนทุพพลภาพในภายหลังของผมนั้น ผมบอกตัวเองเสมอว่า มีแรงดึงดูดบางอย่างทำให้ผมต้องเป็น ตอนนี้ผมมีความสุขกับต้นไม้ใหม่ และงานที่ผมกำลังทำในการสร้างอาชีพให้กับคนพิการทั่วประเทศ ด้วยแนวคิดใหม่ ที่มีผู้คร่ำหวอดในวงการ การสร้างอาชีพให้กับคนพิการในไทย ที่ยังแก้ปัญหาได้ไม่ทั้งหมด ว่าเป็น "นวัตกรรมใหม่ ทางด้านแนวคิดและปฏิบัติได้จริง"
ผมมีความสุขทุกครั้ง ที่ได้เห็นคุณภาพชีวิตของคนพิการในไทยดีขึ้น ผมอาจจะยังไม่สามารถจะช่วยนำคนพิการได้ทั้งหมด อาจเพียงไม่มากที่กำลังของผมจะทำได้ แต่อย่างน้อยก็ถือว่า ผมได้เริ่ม เดินในเส้นทางที่ควรจะทำ ผมกำลังนำเสนอแนวคิดนี้ต่อสังคมให้มากที่สุด เพื่อให้ระยะทางอันยาวไกลค่อยๆ สั้นลง แม้ผมจากโลกนี้ไปแล้ว ก็ยังคงมีคนสานต่อแนวคิดนี้ไปเรื่อยๆ รุ่นต่อรุ่น
ผมเริ่มศึกษาข้อมูลของคุณจากอินเตอร์เน็ต ผมรู้สึกได้ถึงสิ่งที่คุณแนะนำทุกคนที่ได้ดูรายการของคุณ ผมมีคนอีก 3 คน ที่ผมรักและเป็นห่วง ผมอยากให้พวกเขาเข้าใจในสัจธรรมของการดำเนินชีวิต ทั้ง 3 คนที่ผมเป็นห่วง บางครั้งถึงกับทำให้ผมต้องแอบคิดว่า พวกเขาคิดถูกเสียด้วยซ้ำ
ผมขอขอบคุณ คุณฐิตินาถ ที่คำพูดของคุณ รวมทั้งผู้ร่วมรายการทั้ง 3 ท่าน ทำให้ผมได้มั่นใจในแนวคิด ที่ตัวเองได้ปฏิบัติมาตลอด 3 ปี ที่ต้องเผชิญกับปัญหา และประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่นี้ ทำให้ผมได้เข้าใจแล้วว่า "ทำไมผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ต้องผ่านความล้มเหลวครั้งยิ่งใหญ่มาก่อน" ประสบการณ์ที่มีมูลค่าถึง 7 ล้านบาท กำลังรอวันที่ผมจะนำเอาผลของ "ต้นไม้แห่งชีวิต" ไปแลกคืนมา เพื่อเก็บเอาไว้เป็นรางวัลแห่งความสำเร็จ
ผมขอขอบคุณ คุณฐิตินาถ ที่ได้ผลิตรายการดีๆ มีคุณค่า และผมก็หวังว่าจะมีผู้คนอีกเป็นจำนวนมากที่จะได้รับประโยชน์จากรายการ "เข็มทิศชีวิต" ของคุณนะครับ ผมขอให้ผลแห่งความดี ผลแห่งบุญกุศล ที่มีผู้คนได้คิดดี ได้คิดได้ ได้อยู่กับชีวิตอย่างมีความสุขขึ้น มีทางออก ดำเนินชีวิตไปในทางที่ดี ได้ส่งผลนี้ให้คุณฐิตินาถ และครอบครัว มีความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรงครับ
เร็วๆ นี้ ผมก็เตรียมบทความเกี่ยวกับ "การแก้ไขเครดิตบูโร" จากประสบการณ์ตรงของผม เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ที่ได้รับอีเมล์จากผมเป็นประจำ จำนวน 2 หมื่นคน อยู่ครับ ผมสามารถช่วยเหลือคน ทางด้านความคิดได้โดยที่ผมไม่ต้องรวยเลย ผมมีความสุขที่ได้ทำทุกครั้ง ทำให้ผมเชื่อว่า คุณฐิตินาถ ก็คงมีความสุขแบบผมเช่นกัน
ผมยินดีมากๆ ที่ได้รู้จักคุณนะครับ และก็จะติดตามรายการของคุณ เพื่อเป็นรางวัลให้กับตัวเอง เพื่อที่ผมจะได้รู้ว่า ผมยังมีเพื่อนที่มีทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน ขอบพระคุณมากๆ อีกครั้งครับ
จาก คนที่มี "เข็มทิศชีวิต" ครับ
ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง ที่เป็นพิธีกรในรายการ "เข็มทิศชีวิต"
หลังจากสวัสดีแล้ว ผมคงต้องต่อด้วย คำขอโทษนะครับ ที่ก่อนหน้านี้ผมเคยเห็นรายการของคุณ แต่ไม่ได้มีสมาธิในการที่จะฟังการดำเนินรายการของคุณ และคืนนี้ เป็นครั้งที่สอง ในความทรงจำของผมที่ผมได้ดูรายการของคุณ ครั้งนี้ต่างจากครั้งที่แล้วอย่างสิ้นเชิง
ผมตั้งใจดูรายการของคุณมาก การบรรยายของคุณ รวมทั้งผู้ร่วมรายการทั้ง3 ท่านนั้น ผมขอแสดงความคิดเห็นว่า ถูกต้องทุกประการ เพราะตัวผมเองก็ผ่านประสบการณ์เช่นนั้นมาแล้ว และหลายครั้ง โดยที่ 2 ครั้งแรกนั้น ผมยังเด็กอยู่ จึงเป็นเพียงผู้ร่วมเหตุการณ์และเป็นกำลังสำคัญในการแก้ปัญหาร่วมกันกับน้องสาว แต่ครั้งหลังสุด ทุกอย่างเกิดจากน้ำมือของผมเอง ด้วยทั้งปัจจัยภายในตัวผมเอง และปัจจัยภายนอก ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่จะไปโทษผู้อื่น หรือสาเหตุอื่นใด นอกจากโทษตัวเราเอง โทษการตัดสินใจของตัวเอง
ประสบการณ์ครั้งนั้น เมื่อ 3 ปีก่อน ผลพวงของมันยังไม่จบสิ้น แต่วันนี้ผมยังมีทางออก ซึ่งเป็นทางออกใหม่ที่ผมต้งใช้เวลาศึกษาใหม่ทั้งหมด เหมือนผมได้ปลูกต้นไม้ต้นใหม่ ที่สมบูรณ์ที่สุด โดยผ่านขั้นตอนในการปลูกที่หลีกเลี่ยงถึงผลกระทบที่จะทำให้ต้นไม้ต้นนี้ต้องล้มลง เป็นต้นไม้ชนิดใหม่ที่มีภูมิคุ้มกันอย่างดี และในเร็ววันนี้ ผมคงจะได้เริ่มเก็บเกี่ยวผลอันสุกงอมของมัน ทุกส่วนของต้นไม้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น
ผมตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า ผมจะรีบนำผลไม้เหล่านี้ ไปมอบให้กับเจ้าหนี้ทุกคนที่ให้โอกาสผม ในการบ่มเพาะต้นไม้ต้นนี้ ระหว่างที่ผมได้ปลูกต้นไม้ต้นนี้ ผมยังได้ทำในสิ่งที่เคยคิดว่าจะไม่สามารถทำได้ ถ้าผมยังไม่รวย ยังไม่มีเงินมากมายมหาศาล เหมือนอย่างที่ผมได้เคยเข้าใจ
ผมเป็นคนพิการรุนแรงระดับสูง ที่ในประเทศอาจจะมีไม่มาก การกลายสภาพมาเป็นคนทุพพลภาพในภายหลังของผมนั้น ผมบอกตัวเองเสมอว่า มีแรงดึงดูดบางอย่างทำให้ผมต้องเป็น ตอนนี้ผมมีความสุขกับต้นไม้ใหม่ และงานที่ผมกำลังทำในการสร้างอาชีพให้กับคนพิการทั่วประเทศ ด้วยแนวคิดใหม่ ที่มีผู้คร่ำหวอดในวงการ การสร้างอาชีพให้กับคนพิการในไทย ที่ยังแก้ปัญหาได้ไม่ทั้งหมด ว่าเป็น "นวัตกรรมใหม่ ทางด้านแนวคิดและปฏิบัติได้จริง"
ผมมีความสุขทุกครั้ง ที่ได้เห็นคุณภาพชีวิตของคนพิการในไทยดีขึ้น ผมอาจจะยังไม่สามารถจะช่วยนำคนพิการได้ทั้งหมด อาจเพียงไม่มากที่กำลังของผมจะทำได้ แต่อย่างน้อยก็ถือว่า ผมได้เริ่ม เดินในเส้นทางที่ควรจะทำ ผมกำลังนำเสนอแนวคิดนี้ต่อสังคมให้มากที่สุด เพื่อให้ระยะทางอันยาวไกลค่อยๆ สั้นลง แม้ผมจากโลกนี้ไปแล้ว ก็ยังคงมีคนสานต่อแนวคิดนี้ไปเรื่อยๆ รุ่นต่อรุ่น
ผมเริ่มศึกษาข้อมูลของคุณจากอินเตอร์เน็ต ผมรู้สึกได้ถึงสิ่งที่คุณแนะนำทุกคนที่ได้ดูรายการของคุณ ผมมีคนอีก 3 คน ที่ผมรักและเป็นห่วง ผมอยากให้พวกเขาเข้าใจในสัจธรรมของการดำเนินชีวิต ทั้ง 3 คนที่ผมเป็นห่วง บางครั้งถึงกับทำให้ผมต้องแอบคิดว่า พวกเขาคิดถูกเสียด้วยซ้ำ
ผมขอขอบคุณ คุณฐิตินาถ ที่คำพูดของคุณ รวมทั้งผู้ร่วมรายการทั้ง 3 ท่าน ทำให้ผมได้มั่นใจในแนวคิด ที่ตัวเองได้ปฏิบัติมาตลอด 3 ปี ที่ต้องเผชิญกับปัญหา และประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่นี้ ทำให้ผมได้เข้าใจแล้วว่า "ทำไมผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ต้องผ่านความล้มเหลวครั้งยิ่งใหญ่มาก่อน" ประสบการณ์ที่มีมูลค่าถึง 7 ล้านบาท กำลังรอวันที่ผมจะนำเอาผลของ "ต้นไม้แห่งชีวิต" ไปแลกคืนมา เพื่อเก็บเอาไว้เป็นรางวัลแห่งความสำเร็จ
ผมขอขอบคุณ คุณฐิตินาถ ที่ได้ผลิตรายการดีๆ มีคุณค่า และผมก็หวังว่าจะมีผู้คนอีกเป็นจำนวนมากที่จะได้รับประโยชน์จากรายการ "เข็มทิศชีวิต" ของคุณนะครับ ผมขอให้ผลแห่งความดี ผลแห่งบุญกุศล ที่มีผู้คนได้คิดดี ได้คิดได้ ได้อยู่กับชีวิตอย่างมีความสุขขึ้น มีทางออก ดำเนินชีวิตไปในทางที่ดี ได้ส่งผลนี้ให้คุณฐิตินาถ และครอบครัว มีความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรงครับ
เร็วๆ นี้ ผมก็เตรียมบทความเกี่ยวกับ "การแก้ไขเครดิตบูโร" จากประสบการณ์ตรงของผม เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ที่ได้รับอีเมล์จากผมเป็นประจำ จำนวน 2 หมื่นคน อยู่ครับ ผมสามารถช่วยเหลือคน ทางด้านความคิดได้โดยที่ผมไม่ต้องรวยเลย ผมมีความสุขที่ได้ทำทุกครั้ง ทำให้ผมเชื่อว่า คุณฐิตินาถ ก็คงมีความสุขแบบผมเช่นกัน
ผมยินดีมากๆ ที่ได้รู้จักคุณนะครับ และก็จะติดตามรายการของคุณ เพื่อเป็นรางวัลให้กับตัวเอง เพื่อที่ผมจะได้รู้ว่า ผมยังมีเพื่อนที่มีทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน ขอบพระคุณมากๆ อีกครั้งครับ
จาก คนที่มี "เข็มทิศชีวิต" ครับ
ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
ฉบับที่ 5 : ถึงอาจารย์ชาญ ตระการศิลป์ และทีมงาน ครั้งที่ 1
เขียนที่บ้าน
วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ อาจารย์ชาญ และทีมงาน ผมคงต้องเริ่มจาก ขอขอบพระคุณที่ทุกท่านเข้ามาอ่านบล็อกของผม ทำให้เราได้รู้จักกัน และทำให้ผมได้มาพบกับทุกท่านที่โรงแรมเฟิร์ส ขอบคุณทีมงานนะครับที่ติดตามโทรศัพท์มาหาผม ให้ผมมาร่วมงาน ทั้งๆ ที่ก็เตรียมการไว้แล้วว่า ถ้าผมมาถึงก็จะไม่คิดค่าใช้จ่ายผม ผมกับคุณแม่เกรงใจมากๆ นะครับ
ผมอยากจะบอกกับอาจารย์ว่า ทุกครั้งเมื่อผมวางแผนแล้วว่าจะไปรับความรู้ ผมจะทำตัวเป็นแก้วเปล่าเสมอ เพื่อเป็นการให้เกียรติกับผู้ให้ความรู้ กับประโยชน์ของตัวเองที่จะได้รับนะครับ ผมต้องขอบพระคุณอาจารย์มากที่ในเวลาเดียวกัน ผมทั้งได้ทบทวนตัวเอง และได้รับหลักการใหม่ๆ เหมือนเป็นการจัดระเบียบความคิดใหม่ ให้เข้าที่ เข้าทาง ส่วนไหนที่ยังขาดอยู่ก็เติมให้เต็ม
ผมขอโทษนะครับที่อาจจะไม่ได้จดบันทึกอะไรมากมาย จริงๆ แล้ว ไม่ได้จดบันทึกในกระดาษเลย นอกจากกิจกรรมที่ให้เวลาในการทำ ด้วยเพราะสภาพทางกาย แต่ผมขอรับประกันว่า ผมได้จดบันทึก และจัดเรียงข้อมูลทั้งเก่า และใหม่ ลงในสมองไปแล้ว เพียงแต่ว่า สงสัยว่า วันอาทิตย์ที่ 15/2/2552 นี้ อาจต้องวางแผนไปใหม่ ต้องเตรียมตัวใหม่ เพราะทั้งวัน
ขอพระคุณอาจารย์ ที่ทำให้ผมได้ย้อนอดีต และไปในอนาคต พร้อมๆ กัน รวมทั้งเหตุการณ์เหล่านั้น ที่ผมคิดมาตลอดว่า มันจะเกิดขึ้นกับผมได้อย่างไร ด้วยข้อจำกัดของความพิการที่มี แต่การอบรมของอาจารย์ที่กำลังจะมาถึง กำลังจะทำให้ทั้งอดีต และอนาคตของผมมารวมกัน ผมกับคุณแม่กลับมาถึงบ้านก่อนนอน ได้วางแผนเตรียมตัวไปร่วมงานในวันที่ 15 แล้ว
ผมเคยคิดไว้ว่า ถ้าผมมีลูก ผมจะส่งลูกเข้าเรียนที่โรงเรียนดังๆ เช่น เซนคาเบรียล หรือ อัสสัมชัญ หรือ กรุงเทพคริสเตียน ในวัยเยาว์ เด็กๆ ไม่มีผลประโยชน์มาเป็นปัจจัย มิตรภาพก่อเกิด ความจริงใจเต็มเปี่ยม การช่วยเหลือกันในทางธุรกิจ เมื่อเติบใหญ่ ย่อมมีความเป็นไปได้สูง เพราะเหล่านักธุรกิจ ผู้มีฐานะ ย่อมต้องส่งลูกหลานของพวกเขา ไปรวมอยู่ในที่ ที่ควรจะอยู่ร่วมกัน
ในยามที่ผมต้องการความช่วยเหลือเกื้อกูลหลักล้าน แต่เพื่อนๆ ผมช่วยผมได้หลักหมื่น หลักแสนไม่กี่คน เพราะผมเรียนโรงเรียนรัฐบาล เป็นคนดี มีความมานะอดทน ยังไม่พอ ความเสี่ยงมีสูงโดยเฉพาะคนโกง พันธมิตรทางธุรกิจเท่านั้น ที่จะเป็นวัคซีนชั้นยอด เพื่อให้ธุรกิจไปได้
การอบรมของอาจารย์ กำลังจะเป็นที่รวบรวมของคนที่ต้องการทำธุรกิจ ที่ไม่เอาแต่ได้ ที่เข้าใจว่า อะไรที่ควรลงทุน อะไรคือความเสี่ยง ย่อมมีคนดีเป็นส่วนใหญ่ ความช่วยเหลือกันทางธุรกิจจะก่อเกิด บนพื้นฐานของความรู้จักกัน ด้วยความมุ่งมั่น ที่ได้เข้าร่วมอบรมพร้อมกัน คนที่อาจจะมีความเห็นแก่ตัวอยู่บ้าง อาจได้คิดว่า ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนตัวเองได้แล้ว เพื่อธุรกิจที่อยู่ข้างหน้า เพราะคนที่ทำมาหากิน ย่อมน่าจะมีพื้นฐานจิตใจที่ดี การอบรมจะทำให้ทุกคนหล่อหลอมตัวเองใหม่อีกครั้ง ได้สร้างโอกาสใหม่ ได้เพื่อนทางธุรกิจใหม่ และได้เริ่มใหม่
ขอขอบพระคุณอาจารย์มากๆ ที่ทำให้ผมได้พบกับหนทาง ที่ถามตัวเองมาตลอด ทำให้ผมได้มีโอกาสนำอดีตคืนกลับมา ที่จะมีพันธมิตรทางธุรกิจในยามเติบใหญ่ โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่เหลืออยู่ที่การกระทำของผมว่า จะทำให้โอกาสที่กำลังจะมาถึงนั้นได้ยอดเยี่ยมแค่ไหน และบางที สิ่งที่คาดว่าในอนาคตว่า ลูกหลานจะต้องสร้างเอง ผมอาจจะทำมันขึ้นมาเองได้เลยก็ได้ และถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ การเติมศูนย์ข้างหลัง คงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
(ความจริงผมฝันไปมากกว่านั้น แต่ผมก็เกรงใจผู้เข้าร่วมอบรมท่านอื่นๆ ครับ สำคัญที่ T ที่ผมวางโครงสร้างใหญ่ไว้ ผมมี F เต็มเปี่ยม ขอผมเติมความรู้จากอาจารย์เพื่อกระทำ A ที่แม้แต่เสี้ยววินาทีนี้ ที่ผมพิมพ์จดหมายถึงอาจารย์ ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่กำลังกระทำอยู่ ให้มีทิศทาง และพลังมากกว่านี้ เพื่อผลของ R ที่กำลังจะมาถึง)
ผมขอขอบพระคุณในคำพูด และการกระทำ ที่อาจารย์และทีมงานได้ปฏิบัติต่อผมกับคุณแม่ ในการมอบโอกาส และความรู้ ผมจะไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านไป และเมื่อผลของ R มาถึง ผมอยากบอกอาจารย์กับทีมงานว่า เวลาที่ผมจะพูด และปฏิบัติต่อทุกท่านก็จะมาถึงเช่นกัน เพราะโดยบุคคลิกผมอาจจะยังพูดตอนนี้ไม่ได้ อยากให้ทุกท่านรอผมสักหน่อยนะครับ)
ผมขอขอบพระคุณอาจารย์ และทีมงาน ที่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ผม และครอบครัวได้ลงมือทำ เพื่อประโยชน์กับคนพิการ ผมคิดเสมอว่า การที่ผมต้องพิการ เป็นหนทางเดียวที่จะเป็นแรงดึงดูดให้ผมต้องมาช่วยเหลือพวกเขา เหมือนที่แรงดึงดูดทำให้เรามาพบกัน หรือแม้แต่แรงดึงดูด ที่ทำให้คุณแม่ประไพ ตั้งสติมั่น ที่ทุกท่านได้พบในวันงาน ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว เป็นคุณแม่บุญธรรมของผม ได้มาพบผมและดูแลผม บางสิ่งบางอย่างถูกกำหนดไว้ คนที่มีบุญวาสนาต่อกัน คนที่ทำมาหากินเหมือนกัน คนที่ดีเหมือนๆ กัน ย่อมมีแรงดึงดูเข้าหากัน
ผมขอขอบพระคุณที่อาจารย์ และทีมงานเสนอตัวในการให้ความช่วยเหลือในการจัดฝึกอบรมให้กับคนพิการ ส่วนตัวผมแล้ว ถ้าอาจารย์คิดว่า ผมพอจะมีอะไรในความเป็นตัวตนของผม ที่จะช่วยอาจารย์ได้ ขอให้บอกผมนะครับ เพราะผมมี T, F พร้อมแล้วสำหรับเรื่องนี้ แต่เนื่องจากเป็นธุรกิจของอาจารย์ ผมคงจะกระทำ A ได้ เมื่ออาจารย์ต้องการเท่านั้นครับ สิ่งใดในตัวผมที่จะเป็นตัวอย่างเพื่อให้เพื่อนๆ ที่เข้าร่วมอบรมในอนาคตได้เห็นเป็นตัวอย่าง ผมยินดีนะครับ
ขอบพระคุณอาจารย์ชาญ และทีมงานอีกครั้ง
จาก คนที่เป็นแก้วเปล่าเสมอ
ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ อาจารย์ชาญ และทีมงาน ผมคงต้องเริ่มจาก ขอขอบพระคุณที่ทุกท่านเข้ามาอ่านบล็อกของผม ทำให้เราได้รู้จักกัน และทำให้ผมได้มาพบกับทุกท่านที่โรงแรมเฟิร์ส ขอบคุณทีมงานนะครับที่ติดตามโทรศัพท์มาหาผม ให้ผมมาร่วมงาน ทั้งๆ ที่ก็เตรียมการไว้แล้วว่า ถ้าผมมาถึงก็จะไม่คิดค่าใช้จ่ายผม ผมกับคุณแม่เกรงใจมากๆ นะครับ
ผมอยากจะบอกกับอาจารย์ว่า ทุกครั้งเมื่อผมวางแผนแล้วว่าจะไปรับความรู้ ผมจะทำตัวเป็นแก้วเปล่าเสมอ เพื่อเป็นการให้เกียรติกับผู้ให้ความรู้ กับประโยชน์ของตัวเองที่จะได้รับนะครับ ผมต้องขอบพระคุณอาจารย์มากที่ในเวลาเดียวกัน ผมทั้งได้ทบทวนตัวเอง และได้รับหลักการใหม่ๆ เหมือนเป็นการจัดระเบียบความคิดใหม่ ให้เข้าที่ เข้าทาง ส่วนไหนที่ยังขาดอยู่ก็เติมให้เต็ม
ผมขอโทษนะครับที่อาจจะไม่ได้จดบันทึกอะไรมากมาย จริงๆ แล้ว ไม่ได้จดบันทึกในกระดาษเลย นอกจากกิจกรรมที่ให้เวลาในการทำ ด้วยเพราะสภาพทางกาย แต่ผมขอรับประกันว่า ผมได้จดบันทึก และจัดเรียงข้อมูลทั้งเก่า และใหม่ ลงในสมองไปแล้ว เพียงแต่ว่า สงสัยว่า วันอาทิตย์ที่ 15/2/2552 นี้ อาจต้องวางแผนไปใหม่ ต้องเตรียมตัวใหม่ เพราะทั้งวัน
ขอพระคุณอาจารย์ ที่ทำให้ผมได้ย้อนอดีต และไปในอนาคต พร้อมๆ กัน รวมทั้งเหตุการณ์เหล่านั้น ที่ผมคิดมาตลอดว่า มันจะเกิดขึ้นกับผมได้อย่างไร ด้วยข้อจำกัดของความพิการที่มี แต่การอบรมของอาจารย์ที่กำลังจะมาถึง กำลังจะทำให้ทั้งอดีต และอนาคตของผมมารวมกัน ผมกับคุณแม่กลับมาถึงบ้านก่อนนอน ได้วางแผนเตรียมตัวไปร่วมงานในวันที่ 15 แล้ว
ผมเคยคิดไว้ว่า ถ้าผมมีลูก ผมจะส่งลูกเข้าเรียนที่โรงเรียนดังๆ เช่น เซนคาเบรียล หรือ อัสสัมชัญ หรือ กรุงเทพคริสเตียน ในวัยเยาว์ เด็กๆ ไม่มีผลประโยชน์มาเป็นปัจจัย มิตรภาพก่อเกิด ความจริงใจเต็มเปี่ยม การช่วยเหลือกันในทางธุรกิจ เมื่อเติบใหญ่ ย่อมมีความเป็นไปได้สูง เพราะเหล่านักธุรกิจ ผู้มีฐานะ ย่อมต้องส่งลูกหลานของพวกเขา ไปรวมอยู่ในที่ ที่ควรจะอยู่ร่วมกัน
ในยามที่ผมต้องการความช่วยเหลือเกื้อกูลหลักล้าน แต่เพื่อนๆ ผมช่วยผมได้หลักหมื่น หลักแสนไม่กี่คน เพราะผมเรียนโรงเรียนรัฐบาล เป็นคนดี มีความมานะอดทน ยังไม่พอ ความเสี่ยงมีสูงโดยเฉพาะคนโกง พันธมิตรทางธุรกิจเท่านั้น ที่จะเป็นวัคซีนชั้นยอด เพื่อให้ธุรกิจไปได้
การอบรมของอาจารย์ กำลังจะเป็นที่รวบรวมของคนที่ต้องการทำธุรกิจ ที่ไม่เอาแต่ได้ ที่เข้าใจว่า อะไรที่ควรลงทุน อะไรคือความเสี่ยง ย่อมมีคนดีเป็นส่วนใหญ่ ความช่วยเหลือกันทางธุรกิจจะก่อเกิด บนพื้นฐานของความรู้จักกัน ด้วยความมุ่งมั่น ที่ได้เข้าร่วมอบรมพร้อมกัน คนที่อาจจะมีความเห็นแก่ตัวอยู่บ้าง อาจได้คิดว่า ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนตัวเองได้แล้ว เพื่อธุรกิจที่อยู่ข้างหน้า เพราะคนที่ทำมาหากิน ย่อมน่าจะมีพื้นฐานจิตใจที่ดี การอบรมจะทำให้ทุกคนหล่อหลอมตัวเองใหม่อีกครั้ง ได้สร้างโอกาสใหม่ ได้เพื่อนทางธุรกิจใหม่ และได้เริ่มใหม่
ขอขอบพระคุณอาจารย์มากๆ ที่ทำให้ผมได้พบกับหนทาง ที่ถามตัวเองมาตลอด ทำให้ผมได้มีโอกาสนำอดีตคืนกลับมา ที่จะมีพันธมิตรทางธุรกิจในยามเติบใหญ่ โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่เหลืออยู่ที่การกระทำของผมว่า จะทำให้โอกาสที่กำลังจะมาถึงนั้นได้ยอดเยี่ยมแค่ไหน และบางที สิ่งที่คาดว่าในอนาคตว่า ลูกหลานจะต้องสร้างเอง ผมอาจจะทำมันขึ้นมาเองได้เลยก็ได้ และถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ การเติมศูนย์ข้างหลัง คงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
(ความจริงผมฝันไปมากกว่านั้น แต่ผมก็เกรงใจผู้เข้าร่วมอบรมท่านอื่นๆ ครับ สำคัญที่ T ที่ผมวางโครงสร้างใหญ่ไว้ ผมมี F เต็มเปี่ยม ขอผมเติมความรู้จากอาจารย์เพื่อกระทำ A ที่แม้แต่เสี้ยววินาทีนี้ ที่ผมพิมพ์จดหมายถึงอาจารย์ ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่กำลังกระทำอยู่ ให้มีทิศทาง และพลังมากกว่านี้ เพื่อผลของ R ที่กำลังจะมาถึง)
ผมขอขอบพระคุณในคำพูด และการกระทำ ที่อาจารย์และทีมงานได้ปฏิบัติต่อผมกับคุณแม่ ในการมอบโอกาส และความรู้ ผมจะไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านไป และเมื่อผลของ R มาถึง ผมอยากบอกอาจารย์กับทีมงานว่า เวลาที่ผมจะพูด และปฏิบัติต่อทุกท่านก็จะมาถึงเช่นกัน เพราะโดยบุคคลิกผมอาจจะยังพูดตอนนี้ไม่ได้ อยากให้ทุกท่านรอผมสักหน่อยนะครับ)
ผมขอขอบพระคุณอาจารย์ และทีมงาน ที่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ผม และครอบครัวได้ลงมือทำ เพื่อประโยชน์กับคนพิการ ผมคิดเสมอว่า การที่ผมต้องพิการ เป็นหนทางเดียวที่จะเป็นแรงดึงดูดให้ผมต้องมาช่วยเหลือพวกเขา เหมือนที่แรงดึงดูดทำให้เรามาพบกัน หรือแม้แต่แรงดึงดูด ที่ทำให้คุณแม่ประไพ ตั้งสติมั่น ที่ทุกท่านได้พบในวันงาน ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว เป็นคุณแม่บุญธรรมของผม ได้มาพบผมและดูแลผม บางสิ่งบางอย่างถูกกำหนดไว้ คนที่มีบุญวาสนาต่อกัน คนที่ทำมาหากินเหมือนกัน คนที่ดีเหมือนๆ กัน ย่อมมีแรงดึงดูเข้าหากัน
ผมขอขอบพระคุณที่อาจารย์ และทีมงานเสนอตัวในการให้ความช่วยเหลือในการจัดฝึกอบรมให้กับคนพิการ ส่วนตัวผมแล้ว ถ้าอาจารย์คิดว่า ผมพอจะมีอะไรในความเป็นตัวตนของผม ที่จะช่วยอาจารย์ได้ ขอให้บอกผมนะครับ เพราะผมมี T, F พร้อมแล้วสำหรับเรื่องนี้ แต่เนื่องจากเป็นธุรกิจของอาจารย์ ผมคงจะกระทำ A ได้ เมื่ออาจารย์ต้องการเท่านั้นครับ สิ่งใดในตัวผมที่จะเป็นตัวอย่างเพื่อให้เพื่อนๆ ที่เข้าร่วมอบรมในอนาคตได้เห็นเป็นตัวอย่าง ผมยินดีนะครับ
ขอบพระคุณอาจารย์ชาญ และทีมงานอีกครั้ง
จาก คนที่เป็นแก้วเปล่าเสมอ
ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
ฉบับที่ 4 : ถึง คุณช่างภาพ
เขียนที่บ้านครับ
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณช่างภาพที่ได้นำอุปกรณ์ในการจัดแสง (ไม่รู้ว่าเรียกถูกรึเปล่า) มาให้ผมได้เห็นกับตา ตื่นเต้นเล็กน้อยนะครับ เห็นแต่ในทีวี และต้องขอบคุณที่ตอบคำถามให้ผมเข้าใจอย่างง่ายๆ
คุณยิ้มง่ายนะครับ คงจะเป็นบุคคลิกของคุณส่วนตัว ขอบคุณที่คุณใจเย็นแล้วบอกให้ผมทำตัวสบายๆ กับยิ้มแห้งๆ ของผม ผมเกรงใจมากๆ นะครับ ที่ทำให้คุณต้องถ่ายภาพไปหลายครั้ง ซึ่งในความรู้สึกของผมมันเยอะไปหน่อย เพราะผมยิ้มไม่เป็น
ขอโทษนะครับ ที่ผมต้องมองไปที่ "ผม" ของคุณที่ตั้งๆ แล้วผมก็พยายามนึกว่า ผมของคุณเหมือนตัวการ์ตูนในเรื่องดราก้อนบอล ที่พอเวลามีพลังไซย่า แล้วผมจะตั้งขึ้นมา ตัวผมถึงจะพอยิ้มออกมา จนคุณบอกว่า "ใช้ได้" ทำให้ผมต้องนึกอย่างนั้นหลายๆ ครั้ง
ขอโทษอีกครั้งครับ ที่พอนึกอย่างนั้นแล้ว ก็พูดออกมาให้คุณทราบ เพราะก็เขินๆ ว่า ถ้าไม่พูด เดี๋ยวจะนึกว่า "เอ๋...อยู่ดีๆ ไหง ผมถึงยิ้มขึ้นมาได้ไง" เลยต้องรีบบอกที่มา ซึ่งผมไม่ได้มีเจตนาล้อเลียน แต่อย่างใดนะครับ
ขอบคุณ คุณมากเลยครับ ที่ถ่ายเจ้าเหมียว "ทอง" อย่างเกรงใจคุณแม่นะครับ (ผมกลัวคุณเปลืองฟิล์ม กับแค่ยิ้มแห้งๆ ของผมก็เปลืองแล้ว คือผมอนุมานไว้ก่อนว่า กล้องคุณใช้ฟิล์มนะครับ เพราะไม่มีความรู้เรื่องกล้อง จึงแยกรุ่นไม่เป็นครับ)
จาก คนยิ้ม (ต่อหน้ากล้อง) ไม่ค่อยเป็น
ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณช่างภาพที่ได้นำอุปกรณ์ในการจัดแสง (ไม่รู้ว่าเรียกถูกรึเปล่า) มาให้ผมได้เห็นกับตา ตื่นเต้นเล็กน้อยนะครับ เห็นแต่ในทีวี และต้องขอบคุณที่ตอบคำถามให้ผมเข้าใจอย่างง่ายๆ
คุณยิ้มง่ายนะครับ คงจะเป็นบุคคลิกของคุณส่วนตัว ขอบคุณที่คุณใจเย็นแล้วบอกให้ผมทำตัวสบายๆ กับยิ้มแห้งๆ ของผม ผมเกรงใจมากๆ นะครับ ที่ทำให้คุณต้องถ่ายภาพไปหลายครั้ง ซึ่งในความรู้สึกของผมมันเยอะไปหน่อย เพราะผมยิ้มไม่เป็น
ขอโทษนะครับ ที่ผมต้องมองไปที่ "ผม" ของคุณที่ตั้งๆ แล้วผมก็พยายามนึกว่า ผมของคุณเหมือนตัวการ์ตูนในเรื่องดราก้อนบอล ที่พอเวลามีพลังไซย่า แล้วผมจะตั้งขึ้นมา ตัวผมถึงจะพอยิ้มออกมา จนคุณบอกว่า "ใช้ได้" ทำให้ผมต้องนึกอย่างนั้นหลายๆ ครั้ง
ขอโทษอีกครั้งครับ ที่พอนึกอย่างนั้นแล้ว ก็พูดออกมาให้คุณทราบ เพราะก็เขินๆ ว่า ถ้าไม่พูด เดี๋ยวจะนึกว่า "เอ๋...อยู่ดีๆ ไหง ผมถึงยิ้มขึ้นมาได้ไง" เลยต้องรีบบอกที่มา ซึ่งผมไม่ได้มีเจตนาล้อเลียน แต่อย่างใดนะครับ
ขอบคุณ คุณมากเลยครับ ที่ถ่ายเจ้าเหมียว "ทอง" อย่างเกรงใจคุณแม่นะครับ (ผมกลัวคุณเปลืองฟิล์ม กับแค่ยิ้มแห้งๆ ของผมก็เปลืองแล้ว คือผมอนุมานไว้ก่อนว่า กล้องคุณใช้ฟิล์มนะครับ เพราะไม่มีความรู้เรื่องกล้อง จึงแยกรุ่นไม่เป็นครับ)
จาก คนยิ้ม (ต่อหน้ากล้อง) ไม่ค่อยเป็น
ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
ฉบับที่ 3 : ถึง คุณพันธ์ศักดิ์ วรรณคำ
เขียที่บ้านครับ
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณพันธ์ศักดิ์ ที่ได้มาหาผมถึงที่บ้านปากเกร็ด ผมได้ยินจากคุณพ่อว่า คุณหลงขึ้นสะพานพระราม 4 ไปด้วย ผมขอโทษนะครับที่ต้องเลื่อนนัดเปลี่ยนสถานที่ เพราะว่าตัวผมนั้น ถ้าจะต้องออกข้างนอกนั้น ถือว่ายุ่งยากมากๆ เลยครับ พอไม่ต้องไปพบลูกค้าแถวอโศก จึงไม่อยากออกข้างนอก ที่สำคัญ ไม่มีสถานที่ด้วยครับ และเป็นที่บ้าน ก็จะเห็นบรรยากาศการทำงานไปด้วยนะครับ
ขอบคุณ คุณพันธ์ศักดิ์ มากๆ เลยนะครับ ที่รับโทรศัพท์ผมหลายครั้ง รวมทั้งครั้งที่ผมโทรผิดด้วย และก็ยังฟังผมพูดหลายครั้งว่า ทาง GM เข้าใจผิดรึเปล่าที่มาสัมภาษณ์ผม ผมประทับใจคุณนะครับ ที่คุณรับสายผมทันทีเลยที่ผมโทรไปครับ และผมก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า คุณคงจะทำอย่างนี้กับทุกคนด้วย
ขอบคุณที่คุณพันธ์ศักดิ์ ตั้งคำถาม จากเนื้อหาในบทความที่ผมเขียนในบล็อกนะครับ พอคุณกลับไป คืนนั้นผมต้องเข้าไปอ่านในเนื้อหาที่ผมเขียนอีกรอบ แต่เนื่องจากทุกอย่างมาจากจิตวิญญาณที่พิมพ์ออกมาจึงตอบคำถามได้ แต่ดันจำไม่ได้ว่าอยู่ตอนไหน จึงถือโอกาสได้กลับไปอ่านบทความเก่าๆ ด้วยครับ
ขอบคุณอีกครั้งที่ได้รู้จักกันนะครับ ชอบนามบัตรตรง T, F, M นะครับ
จาก คนที่คอยอยู่บนเตียง
ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณพันธ์ศักดิ์ ที่ได้มาหาผมถึงที่บ้านปากเกร็ด ผมได้ยินจากคุณพ่อว่า คุณหลงขึ้นสะพานพระราม 4 ไปด้วย ผมขอโทษนะครับที่ต้องเลื่อนนัดเปลี่ยนสถานที่ เพราะว่าตัวผมนั้น ถ้าจะต้องออกข้างนอกนั้น ถือว่ายุ่งยากมากๆ เลยครับ พอไม่ต้องไปพบลูกค้าแถวอโศก จึงไม่อยากออกข้างนอก ที่สำคัญ ไม่มีสถานที่ด้วยครับ และเป็นที่บ้าน ก็จะเห็นบรรยากาศการทำงานไปด้วยนะครับ
ขอบคุณ คุณพันธ์ศักดิ์ มากๆ เลยนะครับ ที่รับโทรศัพท์ผมหลายครั้ง รวมทั้งครั้งที่ผมโทรผิดด้วย และก็ยังฟังผมพูดหลายครั้งว่า ทาง GM เข้าใจผิดรึเปล่าที่มาสัมภาษณ์ผม ผมประทับใจคุณนะครับ ที่คุณรับสายผมทันทีเลยที่ผมโทรไปครับ และผมก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า คุณคงจะทำอย่างนี้กับทุกคนด้วย
ขอบคุณที่คุณพันธ์ศักดิ์ ตั้งคำถาม จากเนื้อหาในบทความที่ผมเขียนในบล็อกนะครับ พอคุณกลับไป คืนนั้นผมต้องเข้าไปอ่านในเนื้อหาที่ผมเขียนอีกรอบ แต่เนื่องจากทุกอย่างมาจากจิตวิญญาณที่พิมพ์ออกมาจึงตอบคำถามได้ แต่ดันจำไม่ได้ว่าอยู่ตอนไหน จึงถือโอกาสได้กลับไปอ่านบทความเก่าๆ ด้วยครับ
ขอบคุณอีกครั้งที่ได้รู้จักกันนะครับ ชอบนามบัตรตรง T, F, M นะครับ
จาก คนที่คอยอยู่บนเตียง
ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
ฉบับที่ 2 : ถึง คุณโตมร ศุขปรีชา
เขียนที่บ้านครับ
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณโตมร ศุขปรีชา
คงต้องเริ่มจาก ผมต้องขอขอบพระคุณ คุณโตมร มากๆ นะครับ ที่ทำให้ผมได้ไอเดียในการเขียนบล็อกในรูปแบบจดหมายถึงใครสักคน ถึงองค์กรที่อยากเขียนถึง ถึงบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งแนวทางของบล็อกของผม ไม่สามารถจะเขียนได้
ต้องขอบพระคุณ คุณโตมร อีกครั้ง ที่คุณโตมรได้ให้คุณพันธ์ศักดิ์ วรรณคำ โทรมาหาผม เพื่อมาสัมภาษณ์ถึงแนวคิดการใช้ชีวิต โดยจะลงตีพิมพ์ในหัวข้อ Lifestyle ของนิตยสาร GM สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดใจกับผมมากในความรู้สึกแรก ผมจำได้ว่า นิตยสาร GM นั้น จะมีผู้กลุ่มอ่านในระดับกลางถึงบน ส่วนผมเป็นคนธรรมดา ไม่มีชื่อเสียงอะไร หรือว่า จะเป็นการเข้าใจผิดกันแน่
คุณโตมร ครับ ผมยังคงสงสัยต่ออีกว่า ต้องเข้าใจผิดแน่ๆ เลย ผมจำได้ว่า ผมถามคุณพันธ์ศักดิ์ ถึง 3 ครั้ง ทางโทรศัพท์ถึงเรื่องนี้ เพราะยังคงคิดว่า ผมเป็นคนธรรมดา ถ้าไม่ได้นับถึงความพิการ แต่ก็ยังคงรู้สึกขอบคุณ คุณโตมรอยู่นะครับ
2 คืนก่อนวันที่คุณพันธ์ศักดิ์จะมาหา ผมลองเสริช์คำค้นหาว่า "นิตยสาร GM" เข้าไปอ่านข้อมูลในนิตยสาร รวมทั้งข้อมูลของคุณโตมร ทำให้ได้รู้จักกับคุณโตมร ในมุมที่เป็นนักเขียน ทำให้เข้าใจอะไรบ้างนิดหน่อย และแอบคิดไปเองถึงเหตุผลที่คุณโตมร ให้คุณพันธ์ศักดิ์มาสัมภาษณ์ ถ้าใช่อย่างที่คิด ผมได้แอบตอบคำถามตัวเอง ไปในคำตอบที่ถูกถามไปด้วยแล้วครับ
ขอบพระคุณ คุณโตมรอีกสักครั้ง ที่ทำให้ผมมีประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มีคนมาบอกว่า ให้ยิ้ม แล้วก็ให้ทำตัวสบายๆ เพราะผมคิดว่า ยิ้มผมคงจะแห้งๆ สงสารก็แต่คนที่มาถ่ายภาพให้นะครับ ที่ต้องถ่ายไปเยอะเลย เพราะผมยิ้มไม่เป็น จนในที่สุด ผมต้องมองไปที่เส้นผมของช่างกล้อง เห็นว่าผมตั้งดี แล้วนึกไปถึง ตัวการ์ตูน ซีรี่ส์เซนต์เซย่า ที่เวลามีพลังแล้วผมจะตั้ง จึงยิ้มได้ ช่างกล้องบอกว่า ใช้ได้ ผมก็สบายใจ
จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ ผมก็ขอขอบคุณ คุณโตมร มากๆ ครับ ที่ได้ให้โอกาสคน (พิการรุนแรง) ธรรมดาคนหนึ่ง ในการนำเสนอความคิด ที่ผมก็คิดว่าตัวเองคิดแปลกๆ แต่ก็ตอบคำถามไปหมดแล้วครับ ขอบพระคุณอีกครั้งนะครับ
จาก คนที่ชอบตั้งคำถามให้กับตัวเอง
ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณโตมร ศุขปรีชา
คงต้องเริ่มจาก ผมต้องขอขอบพระคุณ คุณโตมร มากๆ นะครับ ที่ทำให้ผมได้ไอเดียในการเขียนบล็อกในรูปแบบจดหมายถึงใครสักคน ถึงองค์กรที่อยากเขียนถึง ถึงบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งแนวทางของบล็อกของผม ไม่สามารถจะเขียนได้
ต้องขอบพระคุณ คุณโตมร อีกครั้ง ที่คุณโตมรได้ให้คุณพันธ์ศักดิ์ วรรณคำ โทรมาหาผม เพื่อมาสัมภาษณ์ถึงแนวคิดการใช้ชีวิต โดยจะลงตีพิมพ์ในหัวข้อ Lifestyle ของนิตยสาร GM สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดใจกับผมมากในความรู้สึกแรก ผมจำได้ว่า นิตยสาร GM นั้น จะมีผู้กลุ่มอ่านในระดับกลางถึงบน ส่วนผมเป็นคนธรรมดา ไม่มีชื่อเสียงอะไร หรือว่า จะเป็นการเข้าใจผิดกันแน่
คุณโตมร ครับ ผมยังคงสงสัยต่ออีกว่า ต้องเข้าใจผิดแน่ๆ เลย ผมจำได้ว่า ผมถามคุณพันธ์ศักดิ์ ถึง 3 ครั้ง ทางโทรศัพท์ถึงเรื่องนี้ เพราะยังคงคิดว่า ผมเป็นคนธรรมดา ถ้าไม่ได้นับถึงความพิการ แต่ก็ยังคงรู้สึกขอบคุณ คุณโตมรอยู่นะครับ
2 คืนก่อนวันที่คุณพันธ์ศักดิ์จะมาหา ผมลองเสริช์คำค้นหาว่า "นิตยสาร GM" เข้าไปอ่านข้อมูลในนิตยสาร รวมทั้งข้อมูลของคุณโตมร ทำให้ได้รู้จักกับคุณโตมร ในมุมที่เป็นนักเขียน ทำให้เข้าใจอะไรบ้างนิดหน่อย และแอบคิดไปเองถึงเหตุผลที่คุณโตมร ให้คุณพันธ์ศักดิ์มาสัมภาษณ์ ถ้าใช่อย่างที่คิด ผมได้แอบตอบคำถามตัวเอง ไปในคำตอบที่ถูกถามไปด้วยแล้วครับ
ขอบพระคุณ คุณโตมรอีกสักครั้ง ที่ทำให้ผมมีประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มีคนมาบอกว่า ให้ยิ้ม แล้วก็ให้ทำตัวสบายๆ เพราะผมคิดว่า ยิ้มผมคงจะแห้งๆ สงสารก็แต่คนที่มาถ่ายภาพให้นะครับ ที่ต้องถ่ายไปเยอะเลย เพราะผมยิ้มไม่เป็น จนในที่สุด ผมต้องมองไปที่เส้นผมของช่างกล้อง เห็นว่าผมตั้งดี แล้วนึกไปถึง ตัวการ์ตูน ซีรี่ส์เซนต์เซย่า ที่เวลามีพลังแล้วผมจะตั้ง จึงยิ้มได้ ช่างกล้องบอกว่า ใช้ได้ ผมก็สบายใจ
จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ ผมก็ขอขอบคุณ คุณโตมร มากๆ ครับ ที่ได้ให้โอกาสคน (พิการรุนแรง) ธรรมดาคนหนึ่ง ในการนำเสนอความคิด ที่ผมก็คิดว่าตัวเองคิดแปลกๆ แต่ก็ตอบคำถามไปหมดแล้วครับ ขอบพระคุณอีกครั้งนะครับ
จาก คนที่ชอบตั้งคำถามให้กับตัวเอง
ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
ฉบับที่ 1 : ถึง คุณผู้เข้ามาอ่าน
เขียนที่บ้านครับ
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณ "ผู้เข้ามาอ่าน"
ผมต้องขอขอบพระคุณมากนะครับที่คุณ ได้กรุณาเข้ามาอ่านจดหมายต่างๆ ที่ผมอยากจะเขียนถึง เกี่ยวบุคคล หน่วยงาน หรืออาจจะเป็นบางสิ่งบางอย่างก็ได้ ทั้งขอบคุณ ตักเตือน เสนอแนะ ชื่นชม หรือหลากหลายความรู้สึก เท่าที่ผมอยากจะบอก อยากจะเขียนถึงนะครับ
ขอบพระคุณ คุณอีก เป็นครั้งที่สอง ที่ได้อ่านข้อความในจดหมายของผมจนใกล้จะจบแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่เป็นจดหมายฉบับแรกที่ผมได้ลองเขียน โดยได้ต้นแบบจากคุณโตมร ศุขปรีชา ชอบที่คุณโตมรเขียนจดหมายแบบนี้ ผมเองก็มีบางเรื่อง หรือมีความรู้สึกบางอย่าง ที่อยากจะบอกกับอีกหลายๆ ท่าน แต่บล็อกของผม ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ แต่ถ้าจดหมายแบบนี้ ก็ใช่เลยครับ
ขอบขอบพระคุณ คุณอีกครั้ง เป็นครั้งที่สาม เพราะว่า จบแล้วครับ
ขอบพระคุณมากนะครับ ที่อ่านจนจบ
จาก คนหัดเขียนจดหมายอีกครั้ง
ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552
สวัสดีครับ คุณ "ผู้เข้ามาอ่าน"
ผมต้องขอขอบพระคุณมากนะครับที่คุณ ได้กรุณาเข้ามาอ่านจดหมายต่างๆ ที่ผมอยากจะเขียนถึง เกี่ยวบุคคล หน่วยงาน หรืออาจจะเป็นบางสิ่งบางอย่างก็ได้ ทั้งขอบคุณ ตักเตือน เสนอแนะ ชื่นชม หรือหลากหลายความรู้สึก เท่าที่ผมอยากจะบอก อยากจะเขียนถึงนะครับ
ขอบพระคุณ คุณอีก เป็นครั้งที่สอง ที่ได้อ่านข้อความในจดหมายของผมจนใกล้จะจบแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่เป็นจดหมายฉบับแรกที่ผมได้ลองเขียน โดยได้ต้นแบบจากคุณโตมร ศุขปรีชา ชอบที่คุณโตมรเขียนจดหมายแบบนี้ ผมเองก็มีบางเรื่อง หรือมีความรู้สึกบางอย่าง ที่อยากจะบอกกับอีกหลายๆ ท่าน แต่บล็อกของผม ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ แต่ถ้าจดหมายแบบนี้ ก็ใช่เลยครับ
ขอบขอบพระคุณ คุณอีกครั้ง เป็นครั้งที่สาม เพราะว่า จบแล้วครับ
ขอบพระคุณมากนะครับ ที่อ่านจนจบ
จาก คนหัดเขียนจดหมายอีกครั้ง
ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
บทความที่ได้รับความนิยม 10 อันดับแรก
-
เขียนที่บ้านครับ วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552 สวัสดีครับ คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง ที่เป็นพิธีกรในรายการ "เข็มทิศชีวิต" หลังจากสวั...
-
เขียนที่บ้าน วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552 สวัสดีครับ อาจารย์ชาญ และทีมงาน ผมคงต้องเริ่มจาก ขอขอบพระคุณที่ทุกท่านเข้ามาอ่านบล็อกของผม ทำ...
-
พิมพ์ที่บ้าน วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ.2554 สวัสดีครับ คุณตัน อิชิตัน (ไม่เรียกชื่อเดิมนะครับ) ผมเคยได้ไปฟังคุณตัน บรรยายที่...
-
เขียนที่บ้านครับ วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552 สวัสดีครับ คุณนวนันท์ ผมคงต้องเริ่มจากที่มาก่อนว่า ทำไมถึงเขียนจดหมายฉบับนี้ เป็นเพราะว่า ...
-
เขียนที่บ้านครับ วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552 สวัสดีครับ คุณ "ผู้เข้ามาอ่าน" ผมต้องขอขอบพระคุณมากนะครับที่คุณ ได้กรุณาเข้า...
-
เขียนที่บ้าน วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ.2553 สวัสดีครับ คณะผู้จัดทำรายการ "ฉันรักเมืองไทย" บ่าย 3 โมงของวันนี้ ผมได้ดูรายการฉันร...
-
พิมพ์ที่บ้าน วันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2555 สวัสดีครับอาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ผมเป็นคนพิการรุนแรงทุพพลภาพที่ทางร่างกาย ผมได้มีโอกาสมาทำง...
-
เขียนที่บ้าน วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2553 หลังจากที่ผมได้รับการชักชวนจากอาจารย์ซวง ในการทำธุรกิจเครือข่าย SNatur ทำให้ผมได้รู้จักกับ พี...
-
เขียนที่บ้านครับ วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552 สวัสดีครับ คุณช่างทั้ง 2 คนจาก บริษัท T.A.MEDIC จำกัด ผมอยากจะเริ่มจากต้องขอบคุณทางเจ...

